หมวดหมู่: ออกแบบบ้าน

7 แนวคิดออกแบบบ้านอย่างไร ห่างไกลเชื้อโรค สถานการณ์ปัจจุบันในช่วง

7 แนวคิดออกแบบบ้านอย่างไร
7 แนวคิดออกแบบบ้านอย่างไร

7 แนวคิดออกแบบบ้านอย่างไร ห่างไกลเชื้อโรค สถานการณ์ปัจจุบันในช่วง ฟังดูอาจจะไม่ค่อยรื่นรมย์เท่าไรนักเพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ระบาดหนักจนกลายเป็นวิกฤตไปทั่วโลก และเกรงว่าจะยังคงระบาดเป็นระยะเวลานาน ความสะอาดจึงเป็นเรื่องที่คนหันมาให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นวิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายที่สุด Dsignsomething จึงมีไอเดียการออกแบบในมุมมองของงานสถาปัตยกรรม ที่ช่วยลดสิ่งสกปรก ฝุ่น เชื้อโรคต่างๆ และช่วยลดปัจจัยเสี่ยงอันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่งด้วย

1.มีช่องเปิดที่แสงแดดส่องถึง ไม่ปิดทึบ

คงพูดได้ว่า การอยู่อาศัยที่ดีควรรับรู้ได้ถึงธรรมชาติอย่าง แสงแดด ลมและพื้นที่สีเขียว เรื่องแรกที่จะขอหยิบมาพูดก่อนก็คือเรื่องของ Daylight หรือแสงธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบ้าน เพราะนอกจากจะทำให้บรรยากาศดูกว้าง โปร่ง น่าอยู่อาศัยแล้ว แสงแดดยังช่วยฆ่าเชื้อโรค ทำลายแหล่งที่อยู่และแพร่กระจายของเชื้อต่างๆ ช่วยทำลายความชื้นที่เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ทำให้บ้านของเราไม่อับและทึบ ในการออกแบบบ้านจึงควรมีช่องเปิดเพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้าถึงได้อย่างเพียงพอ แต่ในขณะเดียวกันหากมากเกินไปก็จะทำให้บ้านของเราร้อนและอยู่ไม่สบายได้เช่นกัน

2.มีช่องลมเพื่อให้อากาศหมุนเวียน ถ่ายเทสะดวก

เรื่องที่สอง คือ ลมหรือการไหลเวียนของอากาศภายในบ้าน เพราะไม่เพียงแต่จะส่งเสริมให้บ้านเย็นสบายและประหยัดค่าไฟของเราแล้ว ยังช่วยระบายอากาศทำให้บ้านโปร่ง ไม่เหม็นอับและอุดอู้ แต่ในขณะเดียวกันสถานที่ตั้งของบ้านบางหลังอาจจะไม่เหมาะกับการมีช่องเปิดถ่ายเทลม อย่างเช่น บ้านที่ตั้งอยู่ในเมือง ซึ่งจะทำให้รับฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในบ้านได้มากขึ้น ซึ่งอาจแก้ปัญหาด้วยการลดจำนวนของช่องเปิดที่ไม่จำเป็น และเพิ่มองค์ประกอบที่ช่วยกรองฝุ่น อย่างเช่น ผ้าม่าน หรือมุ้งลวดเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง

3.เพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยกรองอากาศ

แน่นอนว่าการสร้างพื้นที่สีเขียวรอบๆ บ้านนั้น ย่อมมีข้อดีมากมาย เนื่องจากต้นไม้มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่น สวนจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันชั้นแรกให้กับบ้านของเรา ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยกรองฝุ่นและสิ่งปรกที่พัดจากถนนก่อนที่จะเข้าไปภายในตัวบ้าน นอกจากนั้นหากเราเลือกพันธุ์ไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการกรองสารพิษต่างๆ ก็จะยิ่งทำให้บ้านของเรามีคุณภาพอากาศที่ดียิ่งขึ้น ส่วนการเลือกปลูกพันธุ์ไม้ภายในห้อง จะต้องมั่นใจว่าห้องนั้นสามารถระบายอากาศได้ดี ไม่อย่างนั้นจะทำให้บ้านของเรามีความชื้นในกาศเพิ่มมากขึ้น และความชื้นนี้เอง ที่เป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อโรคและเชื้อราต่างๆ

4.หลีกเลี่ยงซอกมุมเล็กๆ ที่ทำความสะอาดได้ยาก

มาถึงส่วนของภายในกันบ้าง การที่จะมีบ้านสะอาดแน่นอนว่าต้องหมั่นทำความสะอาด ในการออกแบบจึงควรเอื้อให้การทำความสะอาดนั้นเป็นไปได้โดยง่าย เพื่อลดการหมักหมมของสิ่งสกปรกต่างๆ จนเกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคภายในบ้าน ด้วยการออกแบบที่กำหนดขอบเขตของห้องที่ชัดเจน ทำให้เกิดมุมน้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงการออกแบบแปลนห้องที่มีซอกมุมเล็กๆ ทำให้เราทำความสะอาดได้ยากจนกลายเป็นจุดกักเก็บฝุ่นผงและสิ่งสกปรก

5.หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุ ที่ดักจับสิ่งสกปรกได้ง่าย

นอกจาก ‘วัสดุ’ จะเป็นตัวกำหนดมู้ดโทน และสไตล์ของบ้านแล้ว ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้บ้านของเราทำความสะอาดง่ายขึ้นอีกด้วย โดยการเลือกวัสดุนั้นควรหลีกเลี่ยงวัสดุที่เป็นผ้าหรือวัสดุที่มีพื้นผิวขรุขระ เช่น วอลเปเปอร์ที่ทำจากผ้า เหล็กดัด ผนังก่ออิฐโชว์แนว บล๊อกต่างๆ เนื่องจากทำความสะอาดยากแต่กักเก็บสิ่งสกปรกได้ง่าย วัสดุที่มีพื้นผิวเรียบอย่างเช่น ไม้ หรือหินขัด จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการนำมาออกแบบผนังหรือพื้น เพราะทำความสะอาดได้ง่ายกว่านั่นเอง

6.หลีกเลี่ยงการใช้ระนาบแนวนอนในการออกแบบ

เนื่องจากตำแหน่งของฟาซาดที่อยู่ส่วนนอกสุดของบ้าน ทำให้อากาศที่จะเข้ามาภายในบ้านต้องพัดผ่านส่วนดังกล่าวเข้ามา ในการออกแบบจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ระนาบแนวนอนบริเวณภายนอกของบ้าน เนื่องจากฝุ่นผงและสิ่งสกปรกจะเกาะได้ง่ายกว่าระนาบแนวตั้ง และลมก็จะพัดสิ่งสกปรกเหล่านี้ที่เกาะอยู่ให้เข้ามาภายในบ้านของเรา นอกจากนั้นเมื่อฝนตกระนาบที่อยู่แนวตั้งจะชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ให้หลุดออกไปได้ง่ายมากกว่า

7.บ้านสไตล์มินิมอล ทำความสะอาดง่ายที่สุด

สไตล์มินิมอลในที่นี้ อาจจะไม่ได้หมายความว่า บ้านของเราจะต้องเป็นสีขาวคลีน แต่เป็นแนวคิดการออกแบบโดยเน้นใช้ของน้อยชิ้น เฉพาะชิ้นที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งหากลองสังเกตบ้านทั่วไป ที่มีชั้นวางหรือของชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากมาย ย่อมสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรก และยากที่จะทำความสะอาดได้หมดทุกชิ้น การใช้เฉพาะของชิ้นหลักในการตกแต่งห้อง อย่างโซฟา โต๊ะ เก้าอี้ ชิ้นสำคัญ ทำให้สิ่งสกปรกที่ลอยอยู่ในอากาศไม่มีที่เกาะ และตกลงพื้น ทำให้เราทำความสะอาดได้ง่ายกว่านั่นเอง ออกแบบบ้าน

The house should be built for the happiness of the residents’ convention.

The house
The house

The house should be built for the happiness of the residents’ convention. And being human is to live together happily.

1. The organization of the area is proportional. Organizing your home space in proportion can reduce conflicts within your home, such as listening to music, watching TV, doing homework, sleeping, eating, cooking, socializing, or saving energy when using air conditioning. Or protect sound And the annoying smell Or prevent mosquitoes

 

2.Natural light Allocation of areas receives natural light. Help to create a pleasant atmosphere Natural light should come from Upper part of the room Will make the light distribution well and the light is not glare, so the color of the ceiling should be a bright color. Therefore should be slightly darker

 

3. Ventilation Rooms that should use the principles of natural ventilation include bathrooms, kitchens, dining rooms, rest rooms, etc.

 

4. Air conditioning in the bedroom, which is the room that people spend the most time in. Use air conditioning most of the time. Bedroom must therefore be designed in a cool room condition. Is that it has good heat insulation Therefore will use a small air conditioner Then so as not to waste power The position of the cooler must not be disturbed and heat recovery will not be reused. Section of the cold air dryer Must not blow onto the body to distribute the air well And easy to clean

 

5. Sound protection Noise often comes from Noise from the side of the house, from the street, activities in the house Bathroom heaters, so it is best to prevent noise from places like using windows. That does not expose to external noise directly, the use of space is divided into proportions, blocking the bathroom wall, floor, ceiling And use a solid door, separating the room wall Setting the heat sink Does not let the noise of my own home And someone else’s house ออกแบบบ้าน

3 สิ่งรู้ก่อนออกแบบบ้าน 3สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจ้างสถาปนิก

3 สิ่งรู้ก่อนออกแบบบ้าน
3 สิ่งรู้ก่อนออกแบบบ้าน

3 สิ่งรู้ก่อนออกแบบบ้าน 3สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจ้างสถาปนิก 3 ขั้นตอนนี้จะพูดถึงสิ่งที่จะทำให้การทำงานร่วมกับสถาปนิกง่ายขึ้น

1.Activities (A.)
กิจกรรมในที่นี้พูดถึง ความต้องการในเรื่องของพื้นที่ใช้สอย หรือพูดง่ายๆ คือ กิจกรรมที่อยากให้เกิดขึ้นภายในอาคารที่ต้องการออกแบบ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการออกแบบของสถาปนิก หากเป็นอาคารประเภทที่พักอาศัย จะมีความต้องการพื้นที่พื้นฐานทั่วไปและความต้องการพิเศษ ดังเช่น
ความต้องการพื้นที่พื้นฐานทั่วไป เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการใช้งานพื้นฐานของการพักอาศัย
– ห้องนั่งเล่น –พักผ่อน – ทำครัว – ทานอาหาร – นอน – อาบน้ำ – ที่เก็บของ
ความต้องการพื้นที่พิเศษ เป็นกิจกรรมพิเศษ ที่เกิดความชอบส่วนบุคคล หรือกิจกรรมเฉพาะของเจ้าของ
– พื้นที่ดูดาว – ห้องเล่นหุ้น – พื้นที่เก็บจักรยาน – พื้นที่แสดงของสะสม – ห้องดูภาพยนตร์
อาคารประเภทเชิงพานิชย์ อาคารประเภทนี้จะมีการใช้งานเพื่อประกอบกิจการ ซึ่งในแต่ละกิจการนั้นจะมีความเฉพาะเจาะจง
ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละกิจกรรม โดยแนะนำให้เจ้าของกิจการ สรุปกิจกรรมที่ใช้ในการประกอบกิจกรรมตามโครงสร้างของกิจการ ดังนี้
กิจกรรมพื้นฐาน
– ส่วนชำระเงิน – ส่วนผลิต – ส่วนสำนักงาน – ส่วนเก็บสินค้า -เป็นต้น
กิจกรรมเพื่อตอบสนองลูกค้า
– พื้นที่นั่ง (จำนวนโต๊ะ หรือห้อง เพื่อรองรับ บริการ) – พื้นที่นั่งรอและต้อนรับลูกค้ากิจกรรมพิเศษ
– พื้นที่สร้างความแตกต่างให้ลูกค้าตามสินค้าและบริการ – พื้นที่ถ่ายรูปและอื่นๆ
ในส่วนของการกำหนด กิจกรรมของอาคารเชิงพานิชย์นั้นมีความสอดคล้องกับวางแผนธุรกิจค่อนข้างสูง ดังนั้น หากเป็นไปได้ การทำงานของสถาปนิก อาจจะต้องมีการร่วมประชุมกับส่วนงานวางแผนธุรกิจ
และการตลาด ในกิจการ เพื่อความเข้าใจในการออกแบบพื้นที่

2.Budget (B.)
งบประมาณเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่กล่าวถึงคงจะไม่ได้ เพราะเป็นส่วนขับเคลื่อนหลักของโครงการ รวมไปถึงเป็นขอบเขตของการทำงานทั้งหมดของโครงการ การกล่าวถึงงบประมาณ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการออกแบบ จะทำให้สถาปนิก สามารถควบคุมงบประมาณ แนะนำวัสดุที่เหมาะสม รวมไปถึงการตกแต่ง ขนาดของพื้นที่ ที่เหมาะสม กับเจ้าของโครงการได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถ ประเมินค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าบริการวิชาชีพ และขอบแขตการทำงานของสถาปนิกได้ง่ายขึ้นด้วย
การประเมินค่าใช้จ่ายโครงการเบื้องต้น สามารถคิดได้หลากหลายวิธี ในส่วนวิธีที่จะนำมาแนะนำนั้นเพื่อให้เข้าใจและปฎิบัติได้ง่าย จะขอแบ่งออกเป็น 2 วิธี ด้วยกัน คือ
1.คิดจากงบประมาณไปพื้นที่
โดยเริ่มต้นอาจจะวางงบประมาณ ที่ต้องการใช้ในงานก่อสร้างโครงการก่อน จากนั้นค่อยนำเอางบประมาณมาแปลงเป็นพื้นที่ด้วยการหารราคาก่อสร้างต่อตารางมตร เพื่อให้ขอบเขตของปริมาณพื้นที่ขึ้นมา
ดังเช่น  งบประมาณก่อสร้าง  2,000,000.-บาท ตั้ง หารด้วย
ราคาก่อสร้างต่อ ตรม.   16,000.-บาท (ตามแต่ราคาวัสดุในช่วงเวลานั้นๆ)
พื้นที่ที่ก่อสร้างได้ตามงบประมาณ    125 ตรม.
ค่าวิชาชีพสถาปนิก 7.5%ของงบ  150,000.-
รวม 2,150,000.- บาท ก่อสร้างได้อาคาร 125 ตรม.

2.คิดจากพื้นที่ไปงบประมาณ
เริ่มต้นจากการคิดถึงพื้นที่ใช้สอยของโครงการ ก่อนแล้วจึงนำไปคูณกับราคาก่อสร้างต่อตารางเมตร เพื่อให้ได้ขอบเขตงบประมาณในการก่อสร้าง
ดังเช่น   พื้นที่ที่ต้องการ    300 ตรม. ตั้ง คูณด้วย
ราคาก่อสร้างต่อ ตรม.   16,000.-บาท (ตามแต่ราคาวัสดุในช่วงเวลานั้นๆ)
งบประมาณก่อสร้าง  4,800,000.-บาท
ค่าวิชาชีพสถาปนิก 7.5%ของงบ  360,000.-
รวม 5,160,000.- บาท ก่อสร้างได้อาคาร 300 ตรม.
ทั้งนี้เมื่อได้พื้นที่เบื้องต้นควรนำเอางบประมาณและพื้นที่ทีต้องการ ปรึกษากับทางสถาปนิกอีกครั้ง
เพื่อให้ได้งบประมาณต่อตารางเมตรในการก่อสร้างทีคุ้มค่าต่อการลงทุนที่สุด
***ราคาก่อสร้าง ต่อ ตรม. นั้นเป็นเพียงราคาประมาณการ มีการปรับเปลี่ยนได้ ตามรูปแบบของพื้นที่ เช่น ระเบียงและลานจอดรถ จะมีราคาต่อ ตรม.ที่ถูกกว่า รวมไปถึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบของวัสดุ อยู่ในขอบเขตตั้งแต่ 10,000.-บาท ไปจนถึง 50,000.-บาท ขึ้นไป ต่อ ตรม. ขึ้นอยู่กับวัสดุในการก่อสร้างและรายละเอียดของแบบ

3.Copy (C.)
สำเนาเอกสารและไฟล์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โครงการ โดยปกติแล้ว ทางเจ้าของจะมีเอกสารบางส่วนที่เตรียมไว้เพื่อมอบให้สถาปนิก นอกจากจะทำให้สถาปนิกทำความเข้าใจกับโครงการได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้โครงการนั้นมีความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น โดยสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการทำงานของสถาปนิก จะประกอบไปด้วยเอกสารและไฟล์ ดังนี้
1.สำเนาฉโนดที่ดิน
2.เอกสารรางวัดเป็นเอกสาร หรือไฟล์ .dwg (ถ้ามี)
3.รูปถ่ายโครงการเบื้องต้น
4.Case study หรือภาพของพื้นที่ รูปแบบ กิจกรรม ที่ต้องการในพื้นที่
5.สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของโครงการ
*ใช้เพื่อประกอบการทำสัญญาว่าจ้างสถาปนิก
6.แผนระยะเวลาของโครงการ
7.แผนงบประมาณของโครงการ

ทั้งนี้มีหลายๆโครงการที่ไม่มีการเตรียมข้อมูลเบื้องต้นของโครงการไว้ให้สถาปนิกทำให้การดำเนินเกิดการชะงัก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงและการรอ สรุปในทั้งสามหัวข้อข้างต้น ทำให้โครงการต้องเลื่อนจากกำหนดการไป ในบางโครงการนั้นถึงกับต้องยกเลิก เพราะไม่มีการเตรียมความพร้อมข้างต้น  ฉะนั้นการเตรียม “3สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนการจ้างสถาปนิก” นั้นจึงมีความจำเป็นต่อการ
ทำงานโครงการเป็นอย่างมาก ออกแบบบ้าน

หลักการออกแบบบ้าน สิ่งที่ควรรู้คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจสร้าง

หลักการออกแบบบ้าน
หลักการออกแบบบ้าน

หลักการออกแบบบ้าน สิ่งที่ควรรู้คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจสร้าง หลักการออกแบบบ้าน เป็นสิ่งสำคัญมากก่อนการสร้างบ้านแต่ละหลังขึ้นมา แล้วจ้างผู้รับเหมามาก่อสร้างบ้านเพียงแค่นั้น แต่จำเป็นต้องมีการออกแบบบ้านที่ดีและรอบคอบก่อนที่จะเริ่มลงมือก่อสร้าง เพื่อให้ได้บ้านที่ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงบประมาณ การคำนวณวัสดุที่จะต้องนำมาใช้ในการก่อสร้าง ระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างแต่ละขั้นตอน ตลอดจนกระทั่งเพื่อให้ได้รูปแบบของบ้านที่ชอบ และตรงตามรสนิยม เจ้าของบ้านแต่ละคน ส่วนการออกแบบบ้านนั้นหากเจ้าของบ้านไม่ต้องการโครงสร้างบ้านที่สลับซับซ้อนมากนักก็สามารถออกแบบบ้านได้เอง แต่ถ้าเป็นบ้านที่มีความซับซ้อนหรืองานระบบเยอะๆก็ควรว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือสถาปนิกในการออกแบบให้มาดูแล เพียงแค่เจ้าของบ้านบอกความต้องการว่าอยากได้บ้านลักษณะไหน สถาปนิกก็จะดำเนินการให้ และสำหรับหลักการที่นำมาใช้ในการออกแบบบ้านนั้นจะต้องคำนึงถึงหลักการ ดังต่อไปนี้

1.หลักการออกแบบบ้านกำหนดสไตล์ จุดเริ่มต้นของการออกแบบบ้านการเลือกสไตล์ของบ้าน เป็นการกำหนด ขอบเขต เป้าหมาย เพื่อให้ความฝันที่คิดไว้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยดูจากแบบบ้านตาม website ต่างๆ หรือเวลาไปที่ไหนแล้วพบเจอแบบที่ถูกใจก็ถ่ายรูปเก็บไว้เผื่อนำมาใช้เลือกและมาเป็นแนวทางในการออกแบบหรือลองนำเอามาประยุกต์กับบ้านในฝันของเราได้ ซึ่งสไตล์ของบ้านก็มีให้เลือกอยู่มากมาย เช่น ไทยประยุกต์, Vintage, Loft, Minimal, Tropical  หากว่าเจ้าของบ้านมีความชอบหลายสไตล์ก็อาจจะนำหลายๆแบบมาผสมผสานเข้าด้วยกัน อย่างละนิดหน่อย เพื่อให้กลายเป็นสไตล์ในแบบของตนเอง ทั้งนี้การออกแบบให้ได้สไตล์ที่ชอบจะต้องคำนึงถึงสถานที่ และชุมชนที่อาศัยอยู่รอบๆเพื่อใช้ในการพิจารณาร่วมอยู่ด้วย


2.หลักการออกแบบกำหนดขนาด

โดยเป็นการกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป ต้องการให้มีความกว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขอบเขตการใช้งานของแต่ละห้องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์หาพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดได้ ซึ่งผลวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้รู้อีกว่าควรสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม กรณีที่มีที่ดินพร้อมปลูกสร้างแล้วจึงจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับที่ดินที่มีอยู่ แต่หากว่าคุณยังไม่ได้ซื้อที่ดิน การกำหนดขอบเขตเรื่องพื้นที่ใช้สอย จะช่วยทำให้คุณหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ แถมยังสามารถนำไปใช้อ้างอิงกับการประมาณงบประมาณในการก่อสร้างได้ด้วย


3.ออกแบบโดยกำหนดตำแหน่ง และทิศทางลม

การออกแบบบ้านที่ดีนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็คือการออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงควรนึกถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม ตามหลักธรรมชาติแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก และใต้ ฉะนั้นห้องที่ต้องการแสงมากหรือห้องที่ต้องการกำจัดความชื้นจึงควรออกแบบให้หันไปทางทิศนั้น เช่น ห้องน้ำ, ห้องครัว, ห้องซักล้าง เป็นต้น ส่วนห้องที่ต้องการปริมาณแสงที่เพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องทำงาน, ห้องดูหนัง เพราะห้องเหล่านี้ถ้ามีแสงเข้ามาเกินไปก็จะทำให้ห้องร้อนได้เช่นกัน ข้อดีของการออกแบบด้วยหลักการนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะถ้าบ้านมีแสงส่องสว่างเข้ามาเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในช่วงเวลากลางวัน


4.การวางตำแหน่งของเครื่องปรับอากาศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าด้วยสภาพภูมิอากาศประเทศเราเป็นเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้อยู่อาศัยต้องการความเย็นสบายเวลานอน การออกแบบห้องนอนจึงต้องคำนึงถึงมุมที่สามารถวางเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งจุดตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่ดูดความร้อนกลับเข้ามา หรือจะติดฉนวนกันความร้อนเพิ่มเข้าไป ก็ช่วยให้ห้องมีความเย็นสบายมากยิ่งขึ้น


5.ออกแบบเพื่อป้องกันเสียง

ในที่นี้หมายถึงทั้งเสียงรบกวนจากภายในบ้านและภายนอกบ้าน เช่น จากถนนหน้าบ้าน, เสียงจากข้างบ้าน ดังนั้นจึงควรออกแบบป้องกันเสียงจากที่ต่างๆ เช่น การออกแบบให้หน้าต่างกันเสียงได้ , การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน, การติดตั้งฉนวนกันเสียง, การทำกำแพงสองชั้น หรือการใช้ประตูทึบ เป็นต้น


6.ออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงอนาคต

ในการออกแบบ้านต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ และมองการณ์ไกลไปถึงอนาคต เพราะนอกจากจะคิดถึงเรื่องความสะดวกสบายของทุกคนภายในบ้านแล้ว ยังต้องคิดเผื่อว่าหากสมาชิกในครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ควรจะเลือกสร้างห้องหรือใช้โครงสร้างบ้านที่ดูแล้วปลอดภัย หลีกเลี่ยงการมีพื้นต่างระดับเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และควรเพิ่มห้องนอนชั้นล่างเพื่อความสะดวกของคนในครอบครัว และอย่าลืมเผื่อโครงสร้างกรณีที่อาจจะต้องมีการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หากต้องมีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม ออกแบบบ้าน

คุณลักษณะของบ้านที่ดี คำถามนี้สำหรับบางคนอาจจะตอบได้อย่างรวดเร็ว

คุณลักษณะของบ้านที่ดี
คุณลักษณะของบ้านที่ดี

คุณลักษณะของบ้านที่ดี คำถามนี้สำหรับบางคนอาจจะตอบได้อย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่ต้องคิดเลยว่าบ้านที่ ดีควรจะเป็น บ้านที่มี ขนาดใหญ่โต อันที่จริงคำตอบเช่นนี้ก็คงมีส่วนถูกอยู่บ้างสำหรับบางมุมมองหรือ สำหรับบางคน แต่คงไม่ถูกต้องเสมอไปสำหรับทุกคน เพราะบ้านหลังใหญ่ก็ย่อมจะมีปัญหาด้านการดูแลรักษาเป็นธรรมดา บ้านที่หรูหราเกินไปอาจจะไม่ตรงกับรสนิยมของบางคน ซ้ำร้ายยังอาจเป็นเครื่องล่อตาล่อใจบรรดาโจรขโมยได้เป็นอย่างดี

ส่วนบ้านที่มีราคาแพง ก็อาจจะเกิดจากผู้ขาย หรือผู้รับเหมาต้องการกำไรสูงๆ มากกว่าการที่จะได้บ้านดีสมราคาก็เป็นไปได้เช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วบ้านที่ดีควรจะเป็นอย่างไร บ้านแบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุก ๆ คนโดยไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เรามาลองพิจารณา ถึงคุณลักษณะของบ้านที่คิดว่าน่าจะเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุกคน แล้วลองถามตนเองดูว่าเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ บ้านที่ดีจะต้องประกอบด้วย คุณลักษณะพื้นฐานอย่างน้อย 4 ประการ ดังต่อไปนี้

1. มีความสวยงามเรียบร้อย

2. มีความมั่นคงแข็งแรง

3. ให้ประโยชน์ใช้สอยได้ดี

4. บำรุงรักษาง่าย

 

จากคุณลักษณะทั้ง 4 ประการดังกล่าว จะเห็นได้ว่าบ้านที่ดีอย่างน้อยควรมีลักษณะที่สอดคล้องกับ ความต้องการพื้นฐานของคน ทั่วๆ ไป กล่าวคือ สามารถให้ความสุข และความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัยโดยมิได้ขึ้นกับ ขนาด ความหรูหราหรือราคาเท่านั้น เพราะสิ่ง เหล่านี้ ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะก่อให้เกิดความสุข และความพอใจแก่ผู้อยู่อาศัยได้เสมอไป และการที่คุณลักษณะของบ้านที่ดีทั้ง 4 ประการนี้ จะเกิดขึ้นได้นั้นย่อมต้องเริ่มจากขั้นตอนการปลูกสร้างบ้านอย่างมีคุณภาพแล้วทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างบ้านที่มีคุณภาพเพื่อให้ ได้บ้าน ที่ดีตามคุณลักษณะข้างต้นได้ เรามาลองพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญอันจะส่งผลต่อคุณภาพของบ้านในหัวข้อต่อไป ออกแบบบ้าน

การออกแบบบ้านที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร พิจารณาอะไรบ้าง

การออกแบบบ้านที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร
การออกแบบบ้านที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร

การออกแบบบ้านที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร พิจารณาอะไรบ้าง ใครอยากรู้ตามมาดูการออกแบบบ้านเองให้เป๊ะปังแบบไม่ง้อมืออาชีพกันได้เลย สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การออกแบบบ้านและแปลนบ้านถือเป็นเรื่องยากมาก เพราะนอกจากจะต้องคำนึงถึงความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่น่าปวดหัวอีกต่างหาก ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังจะออกแบบบ้านด้วยตัวเองและกำลังมองหาแรงบันดาลใจอยู่ วันนี้กระปุกดอทคอมรวบรวมเคล็ดลับการออกแบบบ้านอย่างมีประสิทธิภาพมาฝาก รับรองรู้ไว้ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้ แถมต้องได้บ้านที่สวยงามตรงตามใจแน่นอน

1. เลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับสมาชิก
          ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะต้องการบ้านขนาดใหญ่ และก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะเหมาะกับบ้านขนาดเล็ก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะออกแบบบ้าน คือ การเลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโด โดยลองพิจารณาดูว่า ควรจะพื้นที่เท่าไรถึงจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคน เพื่อนำไปคำนวนต่อว่าภายในที่พักอาศัยของเราควรมีห้องนอนเท่าไร ห้องน้ำเท่าไร และเพิ่มเติมส่วนไหนบ้าง
2. ให้ความสำคัญกับเลเอาต์เป็นอันดับแรก
          หลักจากเลือกประเภทที่อาศัยได้แล้ว ควรให้ความสำคัญกับแปลนบ้านก่อนการตกแต่ง เพราะแม้บ้านจะสวยงาม แต่ถ้าหากไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นใครที่กำลังจะออกแบบบ้านแล้วละก็ ควรออกแบบแปลนบ้านให้เสร็จก่อน โดยพิจารณาว่าจะวางตำแหน่งแต่ละห้องอย่างไร ระหว่างพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัว อยู่ติดกันได้หรือแยกคนละโซนไปเลนดีกว่า เพื่อป้องกันเสียงรบกวน หรือห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องครัว กั้นผนังดีไหม หรือออกแบบแบบ Open Plan ดีกว่า
3. ตกแต่งให้สอดคล้องกับพื้นที่
          หลังจากเลือกแปลนบ้านที่ต้องการได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการตกแต่ง ซึ่งควรเลือกให้สอดคล้องไปกับพื้นที่ ขนาด และการจัดวางแปลนบ้าน เช่น หากภายในบ้านค่อนข้างเล็ก ควรเลือกการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เพราะทั้งโทนสีและการออกแบบในสไตล์นี้จะช่วยให้ภายในบ้านดูกว้างขวาง สว่าง บรรรยากาศปลอดโปร่ง มากกว่าสไตล์เทรดิชันนอลหรือบ้านแบบดั้งเดิม ที่มักจะใช้ผนังกั้นห้องแบ่งพื้นที่ ซึ่งจะทำให้บ้านที่มีขนาดเล็กอยู่แล้วยิ่งดูแคบลง
4. คำนึงถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุด
          เมื่อได้แบบบ้านที่ถูกใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งลงมือทันที ลองพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุดสักรอบ เช่น หากเป็นคนชอบหน้าต่างบานใหญ่ ๆ เพราะอยากให้บ้านสว่างและมองเห็นวิวด้านนอกแล้ว อย่าลืมดูด้วยว่าตรงกับทิศแดดหรือไม่ แดดเข้าช่วงไหน ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้บ้านร้อน อาจจะต้องติดกันสาดหรือเปลี่ยนผ้าม่านแบบกันความร้อน
5. ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน
          อีกหนึ่งปัญหาการตกแต่งบ้านที่หลายคนมักจะเจอก็คือ ซื้อของเข้าบ้านเพลินจนเกินไปงบ เพราะอยากได้ไปหมดทุกอย่าง ยิ่งหาก็ยิ่งเจอของที่ถูกใจ ฉะนั้นควรตั้งงบประมาณที่จะใช้ให้ชัดเจนและพยายามควบคุมให้อยู่ในวงเงินที่กำหนดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้งบบานปลายหรือเกินได้นิดหน่อยแต่ไม่มากจนเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมทำบัญชีเอาไว้ด้วย จะได้รู้ว่าใช้จ่ายกับอะไรไปบ้าง และสามารถลดตรงไหนช่วยประหยัดได้อีก
6. ถามความเห็นจากผู้รู้
          ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาภายหลัง ควรปรึกษาหรือถามความเห็นจากคนที่อยู่แวดวงการออกแบบ อาจจะเป็นคนรู้จักที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่าง สถาปนิกหรืออินทีเรียเพิ่มเติมด้วย เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความรู้ความในเชิงลึก สามารถให้คำปรึกษาได้รอบด้าน รวมถึงการปรับและแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเหมาะสมกับเราและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
7. เชื่อสัญชาตญาณตัวเองบ้าง
          เพราะการออกแบบบ้านไม่มีผิด ไม่มีถูก ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความเหมาะสมและความต้องการ นอกจากวิธีการออกแบบที่กล่าวมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะ ๆ ทุกข้อ บางอย่างอาจจะดูนอกกรอบไปบ้าง แต่ถ้าลองพิจารณาดูแล้วว่าเป็นสิ่งที่เราชอบและเข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน ให้เชื่อสัญชาตญาณและทำตามความต้องการของตัวเองบ้าน หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้ารู้สึกว่าใช่ ก็คือใช่ ไม่จำเป็นต้องอิงตามใคร ตามตำราปลูกเรือนตามใจผู้อยู่นั่นเอง
          การออกแบบบ้านมีหลาย ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นนอกจากเรื่องการตกแต่งที่สวยงามตามใจชอบแล้ว ก็อย่าลืมคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน รวมถึงความสะดวกสบายต่าง ๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้บ้านเป็นบ้านที่น่าอยู่อย่างแท้จริง และจะได้ไม่ต้องตามแก้ไขทีหลัง  ออกแบบบ้าน

ส่วนใหญ่ มักเป็นผลมาจากการไม่พบบ้านที่คุณต้องการในที่ที่คุณต้องการ

ส่วนใหญ่
ส่วนใหญ่

ส่วนใหญ่ มักเป็นผลมาจากการไม่พบบ้านที่คุณต้องการในที่ที่คุณต้องการ การออกแบบบ้านที่กำหนดเองให้ความพึงพอใจทั้งคู่ เป็นคำที่แสดงถึงบ้านที่แบบบ้านมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ ส่วนใหญ่มักเป็นผลมาจากการไม่พบบ้านที่คุณต้องการในที่ที่คุณต้องการ การออกแบบบ้านที่กำหนดเองให้ความพึงพอใจทั้งคู่ ผู้สร้างทางเดินจำนวนมากจะไม่ทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยหรือจะ จำกัด อย่างเคร่งครัด วัสดุถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่การเลือกสีมักจะเอื้อเฟื้อและตอบสนองคนส่วนใหญ่ บ้านส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีการใช้พลังงานอย่างประหยัด แต่ผู้สร้างบางรายจะมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่รหัสหรือตลาดอนุญาต โดยปกติแล้วการอัปเกรดจะสามารถใช้ได้ แต่ไม่เสมอไป

แบบบ้านที่กำหนดเองจะช่วยให้สามารถควบคุม

เส้นทางนั้นจะต้องมีค่าธรรมเนียมการออกแบบที่ไม่ปรากฏในการซื้อบ้านใหม่หรือที่มีอยู่ ความจริงก็คือมีค่าแบบบ้านหรือมูลค่าในบ้านทุกหลังซึ่งสะท้อนให้เห็นในราคาซื้อหรือมูลค่าตลาด ผู้สร้างรถแทรกเตอร์ที่สร้างบ้านหลังเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนผืนดินสามารถลดจำนวนมากและต้นทุนการแบบบ้านต่อบ้านได้ นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดวัสดุและแรงงานเนื่องจากเครื่องชั่ง บ้านที่กำหนดเองไม่สามารถแข่งขันกับราคาต่อตารางฟุตได้ อย่างไรก็ตามพวกเขามีข้อดีอื่น ๆ ที่อาจรวมถึงการประหยัดเงินด้วย วิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการคือ

ซื้อบ้านที่มีมากกว่าสิ่งที่คุณต้องการในวิดีโอเพิ่มเติม นี่คือจุดที่คุณต้องพิจารณาสิ่งที่คุณต้องการและจำเป็นจริงๆ หากคุณจ่ายเงินสำหรับห้องเล่นเกมคุณไม่จำเป็นต้องซื้อห้องและคุณสมบัติอื่น ๆ ที่คุณต้องการก็มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ฉันเพิ่งแบบบ้านสำหรับเพื่อน ๆ ซึ่งช่วยพวกเขาได้ราว ๆ 30,000 ดอลลาร์โดยการตัดฟุตเทจ พวกเขามีทรัพย์สินและได้เลือกแผนจากหนังสือแผนและต้องการความเห็นของฉันก่อนที่จะซื้อแผน

ในการพูดคุยถึงการแบบบ้านสิ่งที่เห็นได้ชัดคือมีห้องที่ใหญ่

เกินความจำเป็นและห้องรับประทานอาหารที่เป็นทางการก็ไม่จำเป็นโดยสิ้นเชิง เราตัดสินใจว่าคุ้มเกินคุ้มสำหรับการออกแบบบ้านเอง การออกแบบหนังสือแบบแปลนมีพื้นที่มากกว่า 2700 ตารางฟุตและการแบบบ้านแบบกำหนดเองใหม่ต่ำกว่า 2400 ในฐานะเพื่อนที่ดีพวกเขาจ่ายเงินเกี่ยวกับสิ่งที่หนังสือแผนจะต้องเสีย ค่าธรรมเนียมการออกแบบแตกต่างกันไป แต่สำหรับสัญญาการออกแบบเท่านั้นที่ไม่รวมการดูแลงาน

เนื่องจากผู้สร้างจัดหาให้การประหยัดสำหรับลูกค้าทั่วไปยังคงอยู่ที่ 20,000 ดอลลาร์ แผนหุ้นที่มีอยู่อาจเป็นทางออกที่ดีหากแผนเหล่านั้นตรงหรือใกล้เคียงกับที่คุณต้องการ แต่เช่นเดียวกับการซื้อบ้านหลังใหม่หรือที่มีอยู่แล้วหากคุณจ่ายค่าห้องหรือฟุตเทจคุณไม่จำเป็นต้องมีแผนปัจจุบันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดหรือคุ้มค่าที่สุดการแบบบ้านสวยๆ ที่กำหนดเองไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่หวังว่าความรู้นี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่ ออกแบบบ้าน

 

Archdaily ชอบแต่งบ้านจะต้องดูเว็บเหล่านี้ได้เพลินๆ เกินชั่วโมงแน่ๆ

Archdaily
Archdaily

Archdaily เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมงานออกแบบจากทั่วทุกมุมโลก และ Concept ของเว็บไซต์เองก็ตรงตัวตามชื่อเลย คือ Architecture + Daily ซึ่งนั่นทำให้ในเว็บไซต์มีงานออกแบบที่น่าสนใจ อัปเดตทุกวัน Archdaily เลยเป็นเหมือนแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เราสามารถเลื่อน ดูงานออกแบบได้แบบได้ไม่มีเบื่อเลย เราสามารถเลือกดูงานออกแบบได้ตามหมวดหมู่ หรือหากเฉพาะเจาะจงไปเลยก็แค่พิมพ์ Keyword ในช่อง Search ก็จะมีงานที่น่าสนใจขึ้นมาให้ดูเต็มไปหมด ที่สำคัญก็คือ แม้ว่าจะเป็นเว็บไซต์ต่างประเทศ แต่ก็มีงานดีๆ ของนักออกแบบคนไทยลงเยอะมากๆ และเนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเรื่องงานออกแบบ นอกจากรูปสวยๆ ของงานออกแบบแล้ว เรายังจะได้อ่านข้อมูล แนวความคิด หรือบางทีก็มีแบบแปลน แบบแสดงแนวความคิด ที่จะทำให้เราเข้าใจงานได้ละเอียดมากขึ้น เพื่อที่จะนำมาประยุกต์ใช้ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก บ้านและสวน จากนิตยสารที่อยู่คู่วงการบ้านและการออกแบบของไทยมาช้านาน พอเข้าสู่ยุคดิจิทัล บ้านและสวนก็ได้มีเว็บไซต์ที่คอยลงเนื้อหาสาระความรู้เกี่ยวกับบ้าน การออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัย และที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็นการออกแบบตกแต่งสวน ซึ่งต้องยอมรับว่า สื่อออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวก ด้วยความง่ายและรวดเร็ว ก็เอื้อให้เกิด Content ที่น่าสนใจ บาง Content ก็เป็นเนื้อหาที่สรุปให้สั้น กระชับ แต่มีประโยชน์ หากลองเข้าไปดูจะเห็นว่า มีเรื่องที่บ้านและสวนต้องการจะเล่า ในหลายๆ มุม หลายๆ เกร็ดความรู้คู่การตกแต่งบ้าน ที่ยังคงน่าสนใจ และมีความหลากหลายของเนื้อหามากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ ออกแบบบ้าน

App สร้างแปลนบ้านง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง เชื่อว่าใครหลายคนในยุคสมัยนี้

App สร้างแปลนบ้านง่าย ๆ
App สร้างแปลนบ้านง่าย ๆ

App สร้างแปลนบ้านง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง เชื่อว่าใครหลายคนในยุคสมัยนี้ ต่างก็มีความคิดที่อยากจะสร้างบ้านในราคาที่แสนประหยัดและมีประสิทธิภาพ Houzz Interior Design Ideas ถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับการออกแบบบ้าน เพราะภายในแอปฯ รวบรวมรูปภาพการออกแบบแปลนบ้านและไอเดียแต่งบ้านไว้มากกว่าล้านรูป แถมยังมาพร้อมกับเครื่องมือที่ช่วยจดบันทึกความคิดของคุณได้ดั่งใจต้องการ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันพิเศษช่วยจับคู่ภาพสินค้า จึงทำให้ผู้ใช้สามารถหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ตามที่เห็นในภาพอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นแอปฯ ที่คนกำลังจะสร้างบ้านควรมีติดเครื่องไว้เลย ออกแบบบ้าน

เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น โดนใจรูมมาก แหล่งรวมไอเดียชั้นเลิศ

เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น
เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น

เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น โดนใจรูมมาก แหล่งรวมไอเดียชั้นเลิศ มหึมาจากทั่วทุกมุมโลกให้คุณได้สัมผัสแบบเรียลไทม์

SWEETHOME3D

Website : www.sweethome3d.co
Program : Sweethome3d

ภาพสามมิติจากโปรแกรม Sweethome3d หรือการใช้งานออนไลน์บน sweethome3d.com เริ่มต้นจากการวางแปลนแบบสองมิติด้วยเครื่องมืออย่างง่าย ช่วยในการสร้างขอบเขตด้วยผนังตามฟอร์มที่ต้องการ ภาพแบบสามมิติจึงค่อยปรากฏขึ้นพร้อมกันในอีกหน้าต่างหนึ่ง แล้วจึงเลือกวัสดุ และเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการจากคลังข้อมูล และไม่ลืมที่จะแชร์ให้กับเพื่อน ๆ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งหลาย เช่น เฟซบุค ทวิตเตอร์ หรือแม้แต่ embed ไปวางไว้ในเว็บไซต์ของตัวเองก็ทำได้

ความพิเศษของเว็บไซต์นี้ที่แตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ๆ คือ ความสามารถในการวัดขนาด และเปรียบเทียบสัดส่วนระหว่างพื้นที่กับขนาดของเฟอร์นิเจอร์ได้ตามสเกลจริงจากการหมุนดูผังพื้นที่ มองเห็นได้ทั้งความกว้าง ความยาว ความสูงจากมุมสูง รวมทั้งยังสามารถเลือกมุมของภาพทัศนียภาพ (Perspective) ภายในห้องได้ตามต้องการ ออกแบบบ้าน