The Platform รู้ไหมว่าคุกนี้มีกี่ชั้น
The Platform รู้ไหมว่าคุกนี้มีกี่ชั้น

The Platform รู้ไหมว่าคุกนี้มีกี่ชั้น พยายามหาทางเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับทุกคน ในเรือนจำแนวตั้งที่นักโทษชั้นบน

 

พอถึงกลางคืนก็ต้องนอนภายใต้แสงสีแดง พร้อมกับเสียงแท่นวางที่ดีดตัวกลับขึ้นไปด้านบนด้วยความเร็วสูง พร้อมกับถูกรมแก๊สเพื่อทำให้หลับ

จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่เดือนใหม่ คนทั้งสองก็จะถูกย้ายไปชั้นใหม่ โดยที่ชะตากรรมของคนทั้งคู่อาจจะได้ขึ้นไปอยู่ชั้นที่สูงขึ้น ได้กินอาหารที่ดีกว่าคนอื่น ๆ

หรือลงไปอยู่ชั้นล่างซึ่งอาจจะไม่ได้กินอะไรเลยเพราะอาหารไปไม่ถึง รวมถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็อาจเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ

เพราะว่าในคุกนี้ ความสัมพันธ์หรือมิตรภาพ หรือความไว้เนื้อเชื่อใจนั้นอาจไม่สำคัญเท่ากับการอยู่รอดให้ครบกำหนด และรับใบรับรองเพื่อออกไปสู่อิสรภาพ

ความน่าสนใจคือ ตลอดทั้งเรื่อง เราจะแทบไม่ได้เห็นบรรยากาศภายนอกเลย จริง ๆ ก็มีฉากภายนอกคุกให้เห็นบ้างแหละ แต่ถือว่าน้อยมาก

แต่ไม่มีฉาก Outdoor ใด ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว อย่างเต็มที่ เราก็จะได้เห็นบรรยากาศของห้องครัวที่คอยทำอาหารเลี้ยงคนในคุกแนวตั้ง

ซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุด กับภายนอกคุกตอนที่โกเร็งกำลังให้สัมภาษณ์กับ “อิโมกิริ” (Antonia San Juan) เจ้าหน้าที่หญิงที่คอยทำหน้าที่สัมภาษณ์และตรวจเช็กทุก ๆ คนที่จะเข้าไปอยู่ในคุกแนวตั้งนี้เท่านั้นเอง

ซึ่งตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูมีความเป็นหนังเขย่าขวัญขึ้นมาทันที โอเค แม้ว่าคุกแนวตั้งและการกินอาหารเหลือ ๆ นั้นจะดูน่ากลัว

น่าขยะแขยงเพียงใด แต่เหตุผลของโกเร็ง ที่ต้องการเดินเข้ามายังคุกแห่งนี้เพียงเพราะเหตุผลอะไรบางอย่าง และเลือกของติดตัวเป็นเพียงหนังสือ

“Don Quixote de la Mancha” (ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า เขียนโดย มิเกล เด เซร์บันเตส) ติดตัวเข้ามาเพียงเล่มเดียวนั้น

ต้องเผชิญกับความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องน่ากลัว เขย่าขวัญ (และน่าขยะแขยง) กว่าตัวคุกซะอีก

การกินอาหารแบบไม่บันยะบันยังโดยไม่คิดถึงว่าคนข้างล่างจะเหลืออะไรให้กินบ้าง การมองตัวเองเป็นเพียงคนที่จำนนกับกับระบบ

(หรือระบอบ) การพินอบพิเทากับสถานะของตัวเองโดยไม่ปริปากบ่นเพราะกลัวว่าตัวเองจะเอาตัวไม่รอด

จนลามไปถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนที่มนุษย์มีต่อมนุษย์ด้วยกัน พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองนั้นรอด เมื่อมาอยู่รวมกันในคุกปิดตาย มันเป็นอะไรที่น่ากลัวสุด ๆ ไปเลย

แต่เอาจริง ๆ เรื่องราวของโกเร็งกับตรีมากาซีนั้นเรียกได้ว่าแทบจะเป็นแค่องก์แรก ๆ เลยด้วยซ้ำ

เพราะว่าสุดท้ายนั้นมันมีเหตุการณ์ที่เกิดขี้นอย่างรุนแรงมากเมื่อทั้งคู่ต้องถูกย้ายเปลี่ยนชั้น แต่เอาเข้าจริงแล้ว

ตัวละครที่ทำให้ตัวละครนิ่ง ๆ อย่างโกเร็งได้เกิด Movement อะไรบางอย่าง กลับเป็นหญิงสาววิกลจริตนามว่า “มิฮารุ” (Alexandra Masangkay) และชายผิวสีที่ชื่อ “บาฮารัต” (Emilio Buale Coka) ต่างหาก

มิฮารุคือหญิงสาววิกลจริตที่อาศัยแท่นอาหารเป็นพาหนะ โดยอ้างว่าเธอนั้นกำลังตามหาลูก ซึ่งด้วยความที่เธอนั้นเป็นผู้หญิง
เธอจึงมักจะถูกย่ำยีอยู่บ่อย ๆ จนไม่ไว้ใจใคร ในมือเธอก็เลยมักจะถือมืดไว้ตลอดเวลา แล้วก็พร้อมที่จะฆ่าใครก็ได้เพื่อป้องกันตัวและเอาตัวรอด
แต่เมื่อเกิดเหตุอะไรบางอย่างที่โกเร็งได้เข้าไปช่วยเธอไว้ เธอจึงรู้สึกไว้ใจเขา ส่วนบาฮารัตนั้นเป็นชายผิวสีที่ได้เข้ามาอยู่กับโกเร็งในภายหลัง
เขามีเชือกติดตัวไว้ตลอด เพราะเขาต้องการที่จะปีนหนีออกจากคุกโดยขอความช่วยเหลือจากคนข้างบน The Platform